[ข่าว] case study ครอบหรือถอนฟันดีนะ?

2020-0419 “ถอนฟันออกไปเลย แค่ฟันน้ำนมเดี๋ยวก็ขึ้นใหม่…สมัยเรายังเด็ก ไม่เห็นต้องครอบฟันเลย ฟันมันก็ขึ้นมาเอง ก็ไม่เห็นเป็นไรจนโตป่านนี้”
เมื่อใดที่คุณได้ยินคำกล่าวเหล่านี้ ขอทายได้เลยว่าเราเคยมีประสบการณ์คล้ายกัน ในวันที่ลูกคุณฟันผุ แล้วหมอฟันแนะนำให้ทำการครอบฟันให้แก่ลูกของคุณ แต่คุณยังลังเลว่าควรจะตัดสินใจอย่างไรดี แล้วก็เป็นเรื่องตลกที่คุณหมอฟันไม่อาจตัดสินใจ ฟันธงให้เราลงไปเลยได้ มักจะมีคำแนะนำแล้วบอกให้เราผู้ปกครองเป็นคนตัดสินใจว่าจะเลือกทางไหน แหม…ถ้าเป็นฟันของเราเองคงไม่ยุ่งยากใจเท่ากับฟันของลูกสุดที่รักแบบนี้เลย ตัดสินใจพลาดไปได้มานั่งเสียใจไปตลอดชีวิต

วันนี้อยากขออนุญาตินำประสบการณ์ตรงของตัวเองมาถ่ายทอดเพื่อประกอบการตัดสินใจของคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายกัน เวลาตัดสินใจทำแบบไหนการมีข้อมูลมาช่วยประกอบการตัดสินก็จะดีไม่น้อยเลยใช่ไหมละ

เหตุเกิดจากเมื่อคราวที่ลูกอายุ 5 ขวบ เมื่อถึงคราวต้องไปตรวจฟันประจำตามกำหนดการ ผลปรากฎว่าเจอฟันผุทั้งหมดสองซี่ ที่ฟันหน้าบน และฟันกรามล่าง ทั้ง ๆ ที่คอยดูแลการแปรงฟันของลูกอย่างใกล้ชิด จุดนี้ขอบอกว่าไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่โทษตัวเอง เพราะลักษณะฟันของบางคนอาจจะมีผลต่อความยากง่ายของการดูแลรักษาฟัน เนื่องจากว่าลูกคนนี้เป็นคนที่มีลักษณะฟันค่อนข้างชิดติดกันมาก ช่องระหว่างฟันจึงค่อนข้างยากต่อการทำความสะอาดดูแลรักษาผิดกับฟันของคนโตที่จะดูแลรักษาง่ายกว่ามาก เมื่อเกิดปัญหาก็ต้องแก้กันไป ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหากอยู่ในความใส่ใจ

ข้อแนะนำของคุณหมอให้เราเลือก คือ การครอบฟัน เป็นวิธีรักษาฟันที่ได้ผลอย่างหนึ่ง เป็นการครอบฟันไว้เพื่อรักษาฟันให้คงอยู่กับเรานานที่สุดในกรณีที่ฟันผุไปทำลายเนื้อฟันมากเกินกว่าที่จะอุดฟันได้ แต่ในกรณีของเด็กคุณหมอแนะนำว่าครอบไปเลยดีกว่าเพราะอุดฟันอาจไม่สามารถปกป้องฟันของเขาได้ดีเท่ากับครอบฟัน (ในส่วนนี้คงเป็นวิจารณญาณของหมอแต่ละท่าน) และเมื่อถึงเวลาที่ฟันต้องหลุดไปตามวัย มันก็จะหลุดไปทั้งวัสดุที่ครอบฟันนั้นเลย

เมื่อฟังคุณหมอจบ ไอ้เจ้าฟันกรามนั้นสำหรับเราคงไม่ได้มีปัญหาใด ๆ ก็ตกลงใจทำในทันที แต่ติดตรงฟันหน้านี่สิ ทำใจยอมรับไม่ได้จริง ๆ ที่จะเห็นลูกยิ้มมาแล้วมีฟันเงิน ฟันทองอยู่ที่ฟันหน้าเลย (ขอเสริมนิดนึง คุณหมอแนะนำให้ทำครอบฟันแบบโลหะ มีสีเงินสีทองเพราะทนทานกว่าแบบอื่นเหมาะสำหรับเด็ก เพราะเรากลัวหลุดแล้วติดคอลูก) เอายังไงดีละทีนี้

และแล้วคำตอบมากมายก็บังเกิดขึ้นมาในชีวิตช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ (ดูหนังมากไปมั้ย สำนวน) บ้างก็ว่าถอนไปเลยไม่น่าเกลียดหรอกสำหรับเด็กวัยนี้ใคร ๆ ก็หลอกัน จะครอบฟันให้เสียตังค์ทำไม เอ้า…มีการชักจูงใจด้วยค่าใช้จ่าย แต่หลังจากลังเลอยู่นาน คุณหมอเลยเสนอทางเลือกให้เราใช้วิธีกรอฟันที่ผุออก แล้วพอกฟันเติมจนเหมือนรูปร่างฟันเดิม แต่ข้อเสียคือมันไม่แข็งแรง สักพักก็ต้องมาทำใหม่ แต่เราขอเลือกอย่างนี้ไปก่อนเพื่อประวิงเวลาไว้อีกสักหน่อย หวังว่าฟันจะหลุดไปเองโดยธรรมชาติ

ปัญหาใหม่เริ่มบังเกิด เมื่อสิ่งที่คิดไม่ได้เป็นไปตามสิ่งที่หวัง เมื่อฟันอื่น ๆ เริ่มหลุดไปตามวัยของลูก แต่เจ้าฟันที่ต้องการกลับแข็งแรงยืนหยัดอยู่คู่เหงือกไม่ยอมจากไป ในระหว่างนั้นก็ต้องประสบกับปัญหาใหม่คือ ลูกแพ้เจ้าวัสดุพอกฟัน เกิดเป็นแผลที่ปากเรียกได้ว่าแทบตลอดเวลา หายขึ้นใหม่ สร้างความเจ็บปวดแก่ลูกมาก (ลักษณะคล้ายอาการของคนเป็นร้อนในในปาก) จึงปรึกษากับหมอแล้วตัดสินใจเองเลยว่าขอถอนทิ้งไปเลยแล้วกัน เพื่อตัดปัญหา แต่หารู้ไม่ว่ากำลังสร้างปัญหาใหม่ให้แก่ลูก เหมือนได้ดีใจที่จบปัญหาเดิมไปได้แค่ไม่นาน แต่ต้องมาเจอกับปัญหาที่ใหญ่กว่า

หลังจากการตัดสินใจถอนฟันหน้าทิ้งไปคราวนั้น เวลาก็ผ่านไปปีแล้วปีเล่า พร้อมกับการเฝ้ารอคอยการขึ้นของฟันหน้าของลูกอย่างใจจดใจจ่อ แต่ผ่านไปจนแล้วจนรอด เพื่อนลูกที่อยู่ในวัยเดียวกันฟันหลุด ฟันขึ้นกันแซงหน้าไปหลายต่อหลายคน แรก ๆ ก็ไม่กังวลใด ๆ นานวันเข้าชักเอ๊ะใจ ปนกลุ้มใจ ลองไปหาข้อมูลดู ได้รับคำตอบคร่าว ๆ ว่า มีกรณีเคสคล้าย ๆ กัน คือ ฟันหลุดไปแบบไม่ธรรมชาติ ทั้งถอนเพราะผุ ทั้งอุบัติเหตุต้องถอน แต่จะเกิดปัญหาเหมือนกันคือ ฟันไม่ยอมขึ้น บางคนจนถึงโตเป็นวัยรุ่นก็ยังไม่ขึ้น เอาละสิ กลุ้มหนักไปอีก

ร้อนรนทนไม่ไหวต้องไปปรึกษาคุณหมอ คุณหมอทำการเอ็กซเรย์ฟันดู ก็บอกว่ายังไม่เจอรากฟันเลย ยังคงมีแต่เหงือกพร้อมชี้ฟิล์มเอ็กซเรย์ให้ดู และอธิบายว่าการถอนฟันออกไปก่อนเวลานั้น ปัญหาสิ่งหนึ่งที่จะตามมาคือ เหงือกจะบวมมาปิดทำให้ฟันแท้ขึ้นมายาก และบางกรณีพอไม่มีฟันน้ำนมมาช่วยกระตุ้นการเกิดรากฟันแท้ ฟันใหม่จึงอาจจะไม่งอกขึ้นมา โอ๊ย..ฟังแล้วจะเป็นลม

คุณหมอบอกว่าในกรณีของน้องยังพอมีเวลารอฟันขึ้นมาเองได้ เพราะในเคสที่แจ้งนั้นก็ไม่ได้พบบ่อยมากนัก แม้จะขึ้นช้าหน่อย แต่ส่วนใหญ่ก็ขึ้นมาเองได้ตามธรรมชาติ ถ้าเลยวัยไปมากอาจต้องมากรีดเหงือก หรือวิธีอื่น ๆ ใดก็ค่อยมาดูกันอีกที ก็คงได้แต่ทำใจเย็น ๆ และรอคอยต่อไปตามที่คุณหมอแนะนำ

จึงอยากมาเขียนเป็นอุทธาหรณ์ให้แก่คุณพ่อคุณแม่กันว่า ควรศึกษารอบด้านก่อนตัดสินใจใด ๆ สมัยก่อนไม่ต้องหาหมอฟันก็โตขึ้นมาได้ก็จริง แต่คุณอาจไม่โชคดีเป็นคนส่วนใหญ่ที่ไม่เจอปัญหาก็เป็นได้ ถ้าให้ถามใหม่ในตอนนี้ว่าควรทำครอบฟันให้ลูกหรือไม่ คงจะตอบอย่างไม่ลังเลว่ารีบทำเลยดีกว่า คงไม่มากังวลถึงความสวยงาม เพราะเป็นการคิดแทนลูก เด็กในวัยนั้นคงไม่อายเรื่องรูปลักษณ์เท่าเด็กที่โตกว่าแน่นอน ตอนนี้ลูกดูจะเขิน ๆ เมื่อมีคนล้อเขาว่า “หลอลี่” เห็นแล้วเราก็เจ็บปวดแทน ได้แต่ภาวนาให้ฟันแท้เห็นใจรีบขึ้นมาเร็ว ๆ นะจ๊ะ… ฟันจ้า อย่าพึ่งลาไปลาลับเลย